Category Archives: แหล่งข้อมูลธุรกิจ

การปรับไลฟ์สไตล์องคนวัยทำงาน

ไลฟ์สไตล์ของคนวัยทำงานในย่านใจกลางเมืองที่เราเห็นจนคุ้นตา และทำจนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เช่น การดื่มกาแฟ นัดเพื่อนช้อปปิ้ง มีปาร์ตี้หลังเลิกงาน เข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง ฯลฯ หลายคนทำสิ่งเหล่านี้จนกลายเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่บางคนยึดเป็นมาตรฐานที่มนุษย์เงินเดือนควรมี จนคิดว่าว่าถ้าคนอื่นไม่ทำตามก็อาจจะถูกมองว่าแปลกแยก

การปรับไลฟ์สไตล์เข้าหาเงิน

ถ้าเราตัวเล็กก็เลือกเสื้อผ้าไซส์ S หรือถ้าอ้วนมากก็เลือกใส่ไซส์ XXL เพื่อให้พอดีกับรูปร่างตนเอง เหมือนกับไลฟ์สไตล์ของเราที่ต้องปรับเปลี่ยนให้พอดีกับรายได้หรือน้อยกว่ารายได้ เพื่อจะได้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

ถ้าขนาดกระเป๋าเงินของเราเริ่มมีขนาดเล็กลง สิ่งหนึ่งที่เราควรนึกถึง คือ การประหยัด เราควรปรับวิธีการใช้จ่ายเงินให้ลดลงเหมาะสมกับขนาดของเงินในกระเป๋า โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองใหม่ แม้ว่าช่วงแรกๆ จะอึดอัดบ้างเพราะเราอาจจะเคยชินกับความสะดวกสบาย แต่สุดท้ายถ้าเราตั้งใจและอดทน เราจะได้ผลลัพธ์ที่น่าภูมิใจกลับมาเป็นผู้ที่ใช้เงินเป็นนะจ๊ะ

การปรับเงินเข้าหาไลฟ์สไตล์

ถ้าเรายังติดกับไลฟ์สไตล์แบบเดิมๆ ต้องการจับจ่ายใช้สอยอู้ฟู่มากขึ้น หรืออยากมีไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้น เราคงต้องปรับเงินในกระเป๋าให้มากขึ้นตาม หรือ สร้างรายได้ให้มากขึ้นนั่นเอง ด้วยหลากหลายวิธีที่สามารถทำได้ เช่น ฝึกทักษะพัฒนาตนเอง หรือหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อสร้างโอกาสงาน/เสริมรายได้ หารายได้พิเศษตามความถนัด ขายของมือสอง งานอดิเรกหรือของสะสมก็ทำเงินได้ เป็นต้น

ทั้ง “การประหยัดรายจ่าย” ซึ่งเป็นการปรับไลฟ์สไตล์เข้าหาเงิน หรือ “การสร้างรายได้” คือการปรับเงินเข้าหาไลฟ์สไตล์ เป็น 2 แนวคิดง่ายๆ ที่แต่ละคนต้องลองไปปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองนะคะ และไม่ว่าแต่ละคนจะเลือกปรับแบบไหน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่ากันเลยก็คือ การสร้างนิสัยและวินัยในการใช้เงินที่ดี ซึ่งเป็นวิธีการปรับชีวิตที่ยั่งยืน สมดุลและสามารถสร้างความสุขได้ง่ายๆ เพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคงนะคะ

วัยรุ่นควรปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ก่อนอายุ 30

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของของสาวยุคใหม่ที่เร่งรีบ รับประทานอาหารจานด่วน ทำงานหนัก นอนดึก ตื่นสาย ไม่ได้ออกกำลังกาย ยิ่งส่งผลให้เกิดความเสื่อมสภาพของร่างกายเร็วขึ้น จึงส่งผลให้เมื่ออายุเริ่มมากฮอร์โมนที่เคยมีเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ผิวหนังเหี่ยว เป็นฝ้า และเกิดริ้วรอย ดังนั้นวัยรุ่นยุคใหม่จึงควรเลี่ยงสิ่งที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ มีดังนี้

1.จ้องหน้าจอทั้งวัน  พฤติกรรมนี้นอกจากดวงตาจะต้องรับภาระหนักจ้องมองแสงจ้า ๆ ไม่ได้หยุดพัก ทำให้ตาล้า ตาพร่า ปวดตา ที่เราเรียกว่า Computer Vision Syndrome แล้ว ยังทำให้วัยรุ่นเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน หากมีความจำเป็นต้องทำงานด้วย อุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ ไม่สามารถออกจากหน้าจอได้ ก็ควรปรับแสงให้ไม่ต้องจ้ามาก และพักสายตาทุก ๆ 20-30 นาที

2.นอนดึก เพราะติดแชท ติดเกม ระหว่างที่นอนหลับ ร่างกายจะมีการผลิตโกรทฮอร์โมนซึ่งจำเป็นอย่างมากในการเจริญเติบโตของสาว ๆ วัยทีน ยิ่งเข้านอนเร็วโกรว์ธฮอร์โมนก็ยิ่งหลั่งได้เยอะ ทำให้สูงได้มากที่สุดเท่าที่กรรมพันธุ์เอื้ออำนวย ซึ่งวัยรุ่นควรนอนอย่างน้อยวันละ 9 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่วันละ 7-8 ชั่วโมง และต้องนอนหลับให้สนิทจริงๆ

3.การนั่งผิดท่าจนเป็นนิสัย ทำนั่งที่ดีและเหมาะสมที่สุด สำหรับทุกคนก็คือ นั่งหลังตรงเพื่อลดแรงกดที่หมอนรองกระดูกอันอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อและเอ็นยึดเสื่อม หากใช้คอมพิวเตอร์หน้าจอควรอยู่ในระดับสายตาพอดี เลือกใช้เก้าอี้แบบมีพนักพิงที่สปริงไม่อ่อนจนเกินไป  จะได้ไม่ต้องก้มเงยหน้าตลอดเวลา และต้องปรับความสูงของเก้าอี้ให้สามารถวางเท้าทั้งสองข้างราบอยู่บนพื้นได้ขณะนั่ง

นอกจากการปรับเปลี่ยนนิสัยในชีวิตประจำวันแล้ว ควรหมั่นทำสมาธิเพิ่มผ่อนคลายอย่างส่ำเสมอทุกวัน คนที่ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่เครียด และมีจิตใจที่ดีทำให้แก่ช้าลงจะเป็นคนที่ดูสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส และควรงดการสูบบุหรี่ งดการดื่มแอลกอฮอล์ งดของดอง อยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์หรืออากาศถ่ายเทได้ดี และหลีกเลี่ยงแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวถูกทำลาย และควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย

ไลฟ์สไตล์แบบง่ายๆ เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนะชีวิตที่ดีขึ้น

การเปลี่ยนมุมมอง ปรับพฤติกรรมบางอย่างที่เคยทำเสียใหม่จะทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิตดีขึ้นแน่นอน โดยสามารถกระทำได้ดังนี้
– การปลูกต้นไม้ทุก ๆ วันเกิด วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้ที่พักอาศัยดูร่มรื่นย์ขึ้นแล้วยังถือเป็นการช่วยเปลี่ยนแปลงโลกในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย ถ้าทุกคนหันมาทำแบบนี้ทุกๆวันจะมีต้นไม้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
– การใช้รถประจำทางแทนรถส่วนตัว เช่น รถไฟฟ้า หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน แทนการขับขี่รถส่วนตัว เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรที่คับคั่งบนท้องถนน จะพบว่าความจริงการเดินทางแบบนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด แถมยังเปิดโอกาสได้สังเกตดูสิ่งรอบตัวมากขึ้น หรือได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่เจอระหว่างทางอีกต่างหาก
– เวลากับตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อย่างน้อยควรใช้เวลาอยู่กับตัวเองบ้าง เพื่อให้มีช่วงเวลาได้พักผ่อนหรือทบทวนเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต อย่าปล่อยให้ปัจจัยรอบตัวเข้ามาเบียดเบียนความสุขมากจนเกินไป
– หยุดพักจากเทคโนโลยีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวดึงดูดให้ออกจากชีวิตจริงมากไปทุกที ๆ ฉะนั้นในวันหยุดพักผ่อนซึ่งนอกจากจะพักเรื่องงานไว้แล้ว ควรหยุดใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ แล้วจะรู้สึกถึงการใช้ชีวิตแบบธรรมดาทั่วไปมากขึ้น
– หัวเราะและยิ้มให้มากขึ้น จะทำให้ชีวิตของคนเรามีความสุขมากขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้ทุกอย่างคลี่คลายหรือลดน้อยลงไป แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดความเครียดได้ ในวันที่ท้อแท้เมื่อต้องเจอกับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา จงยิ้มรับปัญหาและพยายามฟันฝ่าไปให้ได้ เพราะไม่มีใครต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิต
– ปล่อยให้เสียงดนตรีเข้ามาขับกล่อมจิตใจบ้าง เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาและฟื้นฟูจิตใจให้รู้สึกดีขึ้นได้
– การเดินก็เช่นเดียวกัน เป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว แถมไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรให้ยุ่งยาก ไม่จำเป็นจะต้องไปเสียเงินค่าสมาชิกฟิตเนสให้สิ้นเปลือง ซึ่งนอกจากจะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นแล้ว การเดินยังช่วยให้คลายความวิตกกังวล และทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย
– การทำสิ่งดี ๆ โดยการเริ่มต้นทำสิ่งดี ๆ เพื่อคนรอบข้าง อาจจะเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การพาผู้สูงอายุเดินข้ามถนน การลุกให้ผู้สูงอายุหรือเด็กบนรถประจำทางนั่ง แค่นี้ทำให้รู้สึกดีกับตัวเองได้มากขึ้น

ไลฟ์สไตล์ยามว่าง สำหรับผู้สูงอายุ

เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตของเราเริ่มล่วงเลยเข้าสู่วัยแห่งความชรา นั้นย่อมประสบกับปัญหาของการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต่างๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้น เมื่อมีอายุมากขึ้น ทำให้เรามีเวลาว่างเพียงพอ ทำให้ผู้สูงอายุบางรายกลับรู้สึกหม่นหมองและไร้ค่า ไม่รู้ว่าจะชดเชยด้วยการทำอะไรได้ ฉะนั้นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพแก่ผู้สูงอายุควรมีการจัดกิจกรรมต่างๆขึ้นมา อย่างเช่น

1.กิจกรรมการเรียนรู้ ผู้สูงอายุบางคนมีความสนใจพิเศษในการทำกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้จากความคุ้นเคยในอาชีพการงาน จึงต้องการคงสภาวะเดิมไว้เพื่อบริหารสมอง และป้องกันการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายโดยจะช่วยยืดอายุการใช้งานและการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด เช่น การเป็นวิทยากรให้ความรู้ การอ่านหนังสือ ชมรมวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง

2.กิจกรรมการบริการผู้อื่น เช่น การเสียสละและทำประโยชน์ให้แก่สังคม หรือที่เรียกว่าอาสาสมัครนั่นเอง เช่น บริการทางสุขภาพอนามัย สังคมสงเคราะห์ องค์กรการกุศลต่างๆ องค์กรทางศาสนา ชมรมและสมาคมผู้สูงอายุ

3.กิจกรรมนันทนาการ เช่น เลือกงานอดิเรกที่สนใจจำพวกวาดรูป ทำอาหาร ทำสวน ทำงานช่างไม้ ทอผ้า ทำหุ่น เกมต่างๆ หมากรุก หรือจะเลือกพักผ่อนโดยการท่องเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศ โดยเฉพาะปัจจุบันมีตลาดท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม

4.กิจกรรมงานที่ได้รับค่าตอบแทน สำหรับผู้มีวิชาชีพเฉพาะหรือมีความชำนาญในบางเรื่อง อาจตั้งบริษัทของผู้สูงอายุเอง เช่น แพทย์ นักบัญชี วิศวกร หรือให้คำปรึกษาโดยเปิดการสอนคอร์สสั้นๆ เช่น ครูอาจเปิดสอนพิเศษ ตำรวจอาจไปเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย

กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้นับเป็นข้อเสนอทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุที่มีเวลาว่าง เพื่อที่จะให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองยังสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นภาระกับผู้อื่นหรือคนรอบข้างแล้ว ยังสามารถสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมด้วย ดังนั้น การทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีของครอบครัวอย่างการมีทัศนคติที่ดีต่อคนรอบตัว มองโลกในแง่ดี ไม่เครียด มีเหตุผลกับทุกๆ เรื่อง ดำเนินชีวิตท่ามกลางการปล่อยวาง ใจเย็นและเป็นสุขก็จะช่วยให้สามารถเป็นผู้สูงอายุที่ได้รับการเคารพนับถือเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของครอบครัวให้มีความร่มเย็นเป็นสุขได้

ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมของคนประเทศต่างๆ ในอาเซียน

ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมของคนประเทศต่างๆ ในอาเซียน
ไลฟ์สไตล์การดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มเผ่าพันธ์ ซึ่งถูกหล่อหลอมจากความเป็นไปทางวัฒนธรรม การเมือง การศึกษา สถานะความเป็นอยู่ ศาสนาและปัจจัยรองอื่นๆ อันทำให้แฟชั่นการแต่งกายของผู้คนในแถบนี้มีสีสัน มีอัตลักษณ์อันน่าหลงใหล และมีความเป็นไปที่น่าติดตาม ปัจจุบันสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากทั่วโลกได้หลั่งไหลเข้ามาในอาเซียนอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีและมีกำลังซื้อที่สูงเช่น สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย จนเรียกได้ว่าแทบจะทุกสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมของโลกมาอยู่ที่นี่หมดแล้ว อย่างไรก็ดีสินค้าแฟชั่นที่เกิดขึ้นจากการปลุกปั้นของประเทศต่างๆในอาเซียนเองก็มีอยู่มากหลายแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากคนท้องถิ่นและเริ่มได้รับการยอมรับจากประเทศทางตะวันตกและประเทศที่เจริญแล้วต่างๆมากขึ้น
อินโดนีเซีย มีวัฒนธรรมการแต่งกายที่แตกต่างและหลากหลายมาก แต่หากพูดถึงแฟชั่นที่ทันสมัยคงกระจุกตัวอยู่ที่เมืองหลวงมีความต้องการและกำลังซื้อที่สูง มีห้างสรรพสินค้าจำนวนมากหลายร้อยห้างกระจายกันอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในเมืองและมีเกรดระดับของสินค้าแฟชั่นที่ขายตามเกรดของห้างอย่างชัดเจน แต่เบรนด์ท้องถิ่นในประเทศยังไม่มีการขยายไปสู่แบรนด์ระดับภูมิภาคหรือระดับโลก โดยส่วนใหญ่ทำการตลาดเฉพาะในประเทศเท่านั้น แฟชั่นการแต่งกายของสตรีโดยทั่วไปจะไม่แต่งตัวโป๊หรือล่อแหลม จะแต่งกายค่อนข้างมิดชิดไม่ว่าจะเป็นชุดทางศาสนาหรือชุดใส่ทั่วไป
ฟิลิปปินส์ ถือเป็นประเทศที่มีความสนุกสนาน คนชอบเที่ยว ชอบสนุก ชอบร้องเพลงชอบแต่งตัว ชอบสีสัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ฟิลิปปินส์จะมีที่เที่ยว ที่ช้อปสำหรับสินค้าแฟชั่นมากมาย ไลฟ์สไตล์ที่มีระดับ สินค้าที่มีสีสัน ลวดลาย และตามเทรนด์แฟชั่นจะได้รับความนิยมมาก สตรีที่ฟิลิปปินส์จะมีอิสระในการแต่งตัวมากกว่าประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไนเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่นับถือศาสนาคริสต์
สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุดและมีทรัพยากรทางธรรมชาติน้อยที่สุดในอาเซียน แต่มีรายได้ต่อหัวสูงที่สุดในอาเซียน ผู้คนทั่วโลกนิยมมาท่องเที่ยวที่นี่และซื้อสินค้าปลอดภาษี ส่วนใหญ่เน้นแต่งกายให้เข้ากับสภาพอากาศและฟังก์ชั่นการใช้งานมากกว่า สินค้าแฟชั่นมากๆส่วนใหญ่เป็นที่นิยมของชนชั้นสูงและนักท่องเที่ยวมากกว่า
ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีแฟชั่นที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในกลุ่มอาเซียน และมีความชัดเจนในสินค้าที่มีความเป็นแฟชั่นมากที่สุดในอาเซียนด้วย มีจำนวนแบรนด์สินค้าแฟชั่นที่ได้รับการยอมรับในตลาดระดับภูมิภาคมากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน
มาเลเซีย เป็นประเทศที่มีความหลากหลายของผู้คน ศาสนา และขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมต่างๆ และมีรายได้ต่อหัวประชากรที่สูง ขายสินค้าราคาแพง มีแบรนด์เนมตะวันตกเข้ามาขายที่นี่มากมายเนื่องจากมาเลเซียถือเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเซีย และด้วยการงดเว้นภาษีนำเข้าในหมวดสินค้าแฟชั่นทุกรายการ
เวียดนาม เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในอาเซียนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา และเวียดนามเป็นผู้ผลิตสินค้าในหมวดแฟชั่นต่างๆส่งออกไปทั่วโลก สินค้าแฟชั่นท้องถิ่นแบรนด์เนมของเวียดนามยังไม่มีการทำการตลาดออกนอกประเทศจึงยังไม่มีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักทั่วไปในระดับภูมิภาคหรือระดับโลก
กัมพูชา เป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมและส่งออกรายใหญ่รายหนึ่ง เป็นสินค้าส่งออกที่สามารถทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับหนึ่งมาตลอดในหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กัมพูชายังไม่มีห้างสรรพสินค้าที่ดี และหรูหราเหมือนบางประเทศ ดังนั้นสินค้าแบรนด์เนมหรูๆราคาแพงจึงยังไม่มีขายมากนักที่นี่ คนส่วนใหญ่ใช้สินค้าราคาถูกที่ผลิตภายในประเทศหรือสินค้าที่นำเข้าจากไทย และเวียดนามเป็นหลัก
พม่า สินค้าแฟชั่นเช่นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากไทย และจีน ห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าแฟชั่นในพม่ามีหลายห้าง แต่ยังไม่มีห้างที่หรูหรา ยังไม่มีแบรนด์เนมดังๆจากทางตะวันตกเข้ามามากนัก แฟชั่นของคนที่นี่มักจะตามมาจากสินค้าของไทย แต่คนท้องถิ่นยังนิยมใส่เสื้อผ้าและแต่งตัวตามขนบธรรมเนียมนิยมอยู่เช่นผู้ชายใส่โสร่ง ผู้หญิงใส่ผ้าถุง ใช้ขมิ้นทาหน้าตาเพื่อรักษาผิวพรรณและกันแดด สินค้าแบรนด์เนมของท้องถิ่นที่ทำการตลาดออกไปสู่ระดับภูมิภาคยังไม่มี
ลาว ยังคงรักษาวัฒนธรรมการแต่งตัวตามธรรมเนียมในอดีต หรือสินค้าราคาไม่แพงโดยนำเข้าจากประเทศไทย จีน เวียดนาม จะมีวัยรุ่นที่เริ่มรับวัฒนธรรมตะวันตกบ้างที่ใส่เสื้อผ้าตามสมัยนิยมโดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นจากประเทศไทยจะได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากคุณภาพดี ราคาไม่สูง และมีความหลากหลาย ผู้คนส่วนใหญ่ซื้อสินค้าเหล่านี้จากตลาด และร้านค้าริมข้างทางหรือข้ามมาซื้อจากฝั่งประเทศไทย ลาวยังไม่มีห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าเกรดสูง หรือแบรนด์เนมหรู

ชีวิตคนเมืองยุคสมัยใหม่กับไลฟ์สไตล์การตกแต่งบ้านด้วยกลิ่น

ชีวิตคนเมืองยุคสมัยใหม่กับไลฟ์สไตล์การตกแต่งบ้านด้วยกลิ่น   “บ้าน” เป็นคำเรียบง่ายแต่ให้ความหมายมากมายมหาศาลในความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือที่อยู่อาศัยแนวใหม่อย่างทาวน์โฮมหรือคอนโดมิเนียมที่ออกแบบมาให้ตอบรับไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองสมัยใหม่ ดังนั้นคำว่าบ้านจึงมีความหมายมากไปกว่าที่พักอาศัย แต่คือที่พักพิงอันแสนอบอุ่นทางใจด้วย

การเลือกตกแต่งบ้านด้วยกลิ่น ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นสิ่งที่คนทุกยุคทุกสมัยและทุกมุมโลกต่างให้ความสำคัญมาก อย่างเมืองไทยเอง มีการนำดอกไม้หอมมาร้อยเป็นมาลัยใช้ถวายพระและตกแต่งมุมต่างๆ ของบ้าน หรือบุหงารำไปอันเป็นเครื่องหอมไทยโบราณที่นำกลีบดอกไม้มาผึ่งจนแห้ง ปรุงด้วยน้ำหอมน้ำปรุงแล้วบรรจุลงถุงผ้าเพื่อแขวนไว้ในห้องต่างๆ จะช่วยสร้างมิติความหอมชื่นอกชื่นใจให้ผู้อยู่อาศัย ส่วนฝรั่งเองก็นำดอกไม้หอมๆ มาประดับแจกันที่ให้ทั้งความสวยและกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ความเหมือนกันของโลกตะวันออกและตะวันตกคือ การตกแต่งบ้านที่ให้ทั้งความหอม และมาพร้อมกับความสวยงามกลมกลืน จึงเป็นที่มาของคำว่าการตกแต่งบ้านด้วยกลิ่น คือให้ทั้งกลิ่นหอมยวลใจ ให้ความสวยงามยวลตานั่นเองปัจจุบันนี้มี “ตัวช่วย” ที่ทำให้สามารถตกแต่งบ้านด้วยกลิ่นง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ที่สำคัญคือให้ความสม่ำเสมอของกลิ่นอย่างที่ต้องการโดยไม่ต้องยุ่งยาก และสามารถผสมผสานการสร้างกลิ่นหอมเข้ากับการตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัวในทุกๆ ห้อง ในรูปแบบ “ออโตเมติกสเปรย์”

การตกแต่งบ้านด้วยกลิ่นนั้น สามารถเนรมิตบรรยากาศได้อย่างหลากหลายอารมณ์ เพราะปัจจุุบันมีการผลิตผลิตภัณฑ์หัวเชื้อน้ำหอมที่หลากหลายกลิ่นมากขึ้น และยังมีรูปทรงที่สามารถหลากหลายนำมาตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัว ดังนั้นสามารถเลือกบรรยากาศผ่านความหอมได้อย่างง่ายดายมากขึ้น และยังเป็นการเติมเติมความอบอุ่นให้กับทุกคนในครอบครัว รวมทั้งทิ้งความอ่อนล้า ความเคร่งเครียดต่างๆ จากการทำงาน การเดินทางหรือเรื่องวุ่นวายภายนอก ให้กลายเป็นความอบอุ่น และความทรงจำดีๆภายในบ้านให้อยู่กับเราตลอดไป ตอบรับไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองยุคสมัยใหม่

ไลฟ์สไตล์กับการคิดบวกเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนะชีวิตให้สมบูรณ์

ความคิดเป็นการสร้างการกระทำที่สามารถยึดโยงสมองและหัวใจ ไปสู่เรื่องราวดี ๆ เพิ่มความใหม่ให้ชีวิตที่ ก่อให้เกิดความสุขในการใช้ชีวิตไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้คนที่มีทัศนคติเชิงบวกมาก ๆ จะเป็นคนที่สามารถดูแลตัวเองได้ดี การฝึกตัวเองให้คิดบวกก่อนคิดลบ จึงเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ทำร้ายผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งกายวาจาและใจ

จากความเจริญทางด้านวัตถุและเทคโนโลยี ในปัจจุบันนี้ เหมือนเราจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นในสังคมยุคใหม่ แต่เมื่อมองลึกลงไปแล้วการดูแลจิตใจให้อยู่รอดปลอดภัย กลับเป็นเรื่องยาก ดังนั้นการเปลี่ยนมาคิดบวก จึงเป็นการยกปัญหาเท่าภูเขาถ้าไม่คิดจะเปลี่ยน จะไม่มีวันเปลี่ยน เพราะความคิดสร้างการกระทำ ถ้าเราคิดเหมือนเดิมจะทำเหมือนเดิม แต่ถ้าคิดใหม่จะทำใหม่ ถ้าเราเปลี่ยนความคิด การกระทำเปลี่ยนผลลัพธ์เปลี่ยน ได้สิ่งใหม่ดังนั้น วิธีการสร้างความคิดบวกแบบง่ายๆ ก็คือ เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการคิดดี มองทุกคนในแง่ดี พูดแต่สิ่งดีๆ มองว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ในปัจจุบันการมี ชีวิตคิดบวกนั้นกำลังเป็นที่แพร่หลายในสังคม ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่คนเราในสมัยนี้ใช้ชีวิตกันอย่างค่อนข้างเคร่งเครียดดังนั้นการที่เราจะมองปัญหาในอีกด้านเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นก็นับเป็นเรื่องที่ดี

ฉะนั้นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะทางอารมณ์สามารถสอน เรียนรู้ฝึกฝน และเปลี่ยนแปลงได้ โดยการเข้าใจที่ถูกต้องยอมรัยสภาพความเป็นจริงและการเปลี่ยนแปลง กล้าเผชิญกับสถานการณ์จริงที่ท้าทายกับการฝึกคิด ความรู้สึก ก็จะทำให้ตนเองได้เรียนรู้และพัฒนาให้มีความฉลาดทางอารมณ์มีความเขาใจอารมณ์ของตนเองอารมณ์ของผู้อื่น และ มีสติในการควบคุม อารมณ์ไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับตนเอง และผู้อื่นก็จะทำให้เกิดผลดีต่อตนเอง ทำให้สัมพันธภาพระหว่างตนเองกบผู้อื่นเป็นไปอยางราบรื่นได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าการคิดบวกนั้นจะช่วยให้ชีวิตของตนเองมีความสุขขึ้นรวมทั้งคนรอบข้าง ดังนั้นสิ่งที่สำคัญอย่าขาดความยั้งคิดไตร่ตรองขาดสติ ก็จะสามารถช่วยให้ตนเองคนรอบข้างได้ อย่างปกติสุข

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

โดยทั่วไปแล้วจะ บ่งบอกถึงวิถีการดำเนินชีวิตของบุคคล ตามพฤติกรรมต่างๆ พฤติกรรมในการเข้าสังคม ในการบริโภค ในการหาความบันเทิง การพักผ่อนหย่อนใจใช้เวลาว่าง และการแต่งตัว ทัศนคติ ค่านิยม และ มุมมอง ของแต่ละบุคคล ล้วนเป็นส่วนประกอบของรูปแบบการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะ กิน เที่ยว งานอดิเรก กิจกรรม บันเทิง และอื่นๆ ซึ่งปัจจัยในชีวิตที่เราต่างให้ความสำคัญไม่เท่ากัน แต่สำหรับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมือง ต้นทุนสำคัญสำหรับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่ต้องมีชีวิตที่เร่งรีบหรือแข่งขันกับตัวเองและเวลาอยู่เสมอ จึงอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พื้นที่การใช้ชีวิตในอุดมคติแห่งความเป็นจริงของคนเมืองนั้นถูกลดทอนให้น้อยลงไป

ในปัจจุบันการดำเนินชีวิตมักถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขต่างๆ โดยไม่อาจหลีกเลี่ยง ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดเป็นคอนเซปต์การใช้ชีวิตสำหรับคนรุ่นใหม่ขึ้นหรือที่เรียกว่า Gen C (The C Generation)เป็นการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดในแบบฉบับคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะฉลาดคิด ฉลาดบริหารเงิน ปัจจุบัน Creative มีชีวิตอย่างมีสไตล์ ด้วยรายละเอียดที่สร้างสรรค์ กับการใส่ใจในรายละเอียดของงานออกแบบเพื่อการอยู่อาศัย ความสมดุลแห่งชีวิตการทำงาน ช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้ผ่อนคลายและพร้อมต่อการทำงาน จัดสรรเวลาชีวิตได้ด้วยตัวเองสามารถมีเวลาหรือสร้างสรรค์จินตนาการใหม่ๆ ให้มากขึ้น โดยสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนและสังคมได้เสมอ

นอกจากนี้ยังมีไลฟ์สไตล์ในการดูแลสุขภาพที่ดีในการดำเนินชีวิต
1.ออกกำลังกายอยู่เสมอ จะ ช่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรง โดยหาเวลาว่างออกกำลังกายวันละ 30 นาที อาจจะออกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อทำให้สมองปลอดโปร่ง
2.ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ผักผลไม้ และการดื่มน้ำ เพราะช่วยในการบำรุงฟื้นฟูร่างกายให้สมดุลได้อย่างเต็มที่
3.การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ทำให้อารมณ์สดใส ผิวพรรณเต่งตึงอ่อนเยาว์
4.การสูบบุหรี่มีผลต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ และมะเร็ง

ไลฟ์สไตล์การสร้างความสุขให้กับตัวเองและคนรอบข้าง

ทุกคนล้วนปรารถนาความสุขและต่างก็แสวงหาความสุขด้วยกันทั้งสิ้น

ล้วนต้องแสวงหาสิ่งที่เรียกกันว่า ความสุข หรือความอิ่มเอิบใจกันแทบทุกคนเพราะ คงไม่มีใครที่ชอบความทุกข์ หรือทรมานใจเป็นแน่ สำหรับชีวิตที่มีความสุขเป็นอย่างไรนั้น ตรงนี้ยากจะบอกได้เพราะแต่ละคนมีมาตรฐานความพึงพอใจอันจะนำมาซึ่งความสุขแตกต่างกัน บางคนมีพอใจกับการมีเงินมาก บางคนมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายก็ว่ากันไป เพราะความสุขเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราและหาได้ไม่ยาก แค่เพียงเริ่มต้นจากการเข้าใจตัวเอง มองเห็นคุณค่าในตัวเอง พอใจกับชีวิตง่ายๆ รู้จักพอ และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงและประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆในชีวิต

ปัจจุบันวิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไป และในอนาคตการเปลี่ยนแปลงนี้ยังดำเนินไปเรื่อยๆในทิศทางที่ไม่แน่นอนตามธรรมชาติ ถ้าให้ทุกคนลองพิจารณาในด้านความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ที่เกี่ยวกับสังคมและวิถีชีวิตของแต่ละคนพบว่าจะไม่เหมือนกัน ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามทุกท่านจะทำอย่างไรให้ทุกคนในครอบครัวและสังคมมีความสุข เพราะการที่ครอบครัวมีความสุขย่อมต้องควบคู่ไปกับสังคมสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบกันไปมาก ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทุกๆคนในสังคมจะร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือหรือแม้กระทั่งป้องกันเสริมความแข็งแรงทั้งกายและใจให้กับทุกคนในสังคมของเรา

การยิ้มและหัวเราะ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ

ไม่ต้องเสียเงินลงทุน อีกทั้งมีประโยชน์มากๆกับผู้ที่ปฏิบัติ คนที่ยิ้มเก่งมักเป็นคนที่มีอารมณ์ดี เบิกบานแจ่มใส การหัวเราะก็เช่นกัน ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาว่า คนที่หัวเราะเป็นประจำจะมีผลดีต่อระบบของหัวใจ ระบบของกล้ามเนื้อ การยิ้มและการหัวเราะ จะทำให้มีเพื่อนมาก คนอยากคบค้าสมาคมมากกว่าคนที่เครียด หน้าบึ้ง ลองหัดยิ้มและหัวเราะทุกวัน ท่านจะพบความสุขมากขึ้นในการดำรงชีวิต และหัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี คนที่มองโลกในแง่ดีจะมีความทุกข์น้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย

การดำรงชีวิตต้องใช้ศิลปะอย่างยิ่ง จึงจะมีความงดงามทั้งกาย วาจา ใจ ท่านอาจารย์ได้กล่าวว่า การประพฤติ กระทำอย่างถูกต้องของชีวิต การดำรงชีวิตอยู่ให้ดีที่สุด เพื่อให้รอดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง คือการประพฤติพรหมจรรย์ การทำการงาน การหาทรัพย์ ฯลฯ กระทำให้ถูกต้อง และทำหน้าที่ของมนุษย์อย่างถูกต้องครบถ้วน คือ การปฏิบัติธรรม การมีชีวิตอยู่ด้วยธรรมะ จะมีแต่ความสุขที่สงบและยั่งยืน ความสงบสุขเป็นความงดงามอย่างยิ่ง ความงามของแต่ละคนที่ประพฤติกระทำอย่างถูกต้องนี้จะเป็นความงามของสังคม เมื่อรวมกันแล้วก็จะเป็นโลกที่งดงาม ขอให้ท่านทั้งหลายร่วมกันสร้างสังคมและโลกนี้ให้งดงามกันเถิด

เลือกทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเรา

ไลฟ์สไตล์ของคนเรามีอยู่มากมายหลายแบบ แตกต่างกันไป โดยมีปัจจัยต่างๆ เป็นตัวกำหนดไม่ว่าจะเป็นรสนิยม สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนหน้าที่การงาน ไลฟ์สไตล์จึงเป็นเรื่องที่สนุกและน่าศึกษา มีความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ จากศิลปะในแขนงต่างๆ เช่น ดนตรีและอาหาร พร้อมนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจ ถือเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

การช่วยเติมเต็ม ทั้งโลกการทำงาน การทำธุรกิจ และการใช้ชีวิต แบบครบวงจร ผ่านสุดยอดเครื่องมือ 3 ด้าน คือ

Financial Connection : เพิ่มโอกาสและการต่อยอดการบริหารจัดการด้านต่างๆ ทั้งการเงินการลงทุน ชั้นเชิงทางธุรกิจ และการต่อยอดทางธุรกิจ กิจกรรมเสวนาต่างๆ จึงถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีเนื้อหาที่ทันกับยุคสมัย

Lifestyle Connection : เปิดโลกแห่งความหลากหลายของกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เน้นความสุขสนุกของการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ๆ ทั้งการสร้างปรากฏการณ์ความบันเทิงที่สนุก ตื่นเต้น น่าติดตาม ทั้งคอนเสิร์ต ท่องเที่ยว คอร์ส DIY

Digital Connection : ชีวิตบนโลกออนไลน์ที่โยงใยถึงกัน ระหว่างแบรนด์ THE PREMIER กับลูกค้าที่ใช้บริการ Always on กับสาระความรู้ ความบันเทิง และสิทธิพิเศษต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลบนโซเชียล มีเดีย และผ่าน THE PREMIER e-Magazine

การขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคมเมือง รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ย่อมหมายถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับผู้ที่มองเห็นเทรนด์เหล่านั้น และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย สุขภาพ และความงาม ได้อย่างโดนใจที่สุด แต่ต้องไม่ลืมว่า โอกาสที่เปิดกว้างขึ้นย่อมมาพร้อมกับความท้าทายและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นด้วย ดังนั้น การหมั่นสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม เพื่อให้อยู่รอดและประสบความสำเร็จในยุคโลกาภิวัตน์

ธุรกิจ DIYตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ก้าวเข้าสู่สังคมยุคใหม่

สินค้า DIY (Do-It-Yourself) คือ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจาก การประยุกต์ ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของชิ้นงานเดิมให้มีความสวยงามมากขึ้นเพื่อนำมาใช้ประดับตกแต่ง หรือการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆด้วยตัวเองให้สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งในยุคปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจกับกลุ่มสินค้า DIY จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น กล่องใส่ปากกาที่ทำจากกล่องกระดาษเหลือใช้ และโคมไฟที่ทำจากขวดพลาสติก เป็นต้น

และเนื่องจากภาพลักษณ์ของสินค้า DIY มักออกแบบตามสไตล์ที่ลูกค้าต้องการให้สามารถใช้งานง่าย มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย มีแนวคิดสร้างสรรค์ และสามารถถอดประกอบได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการจ้างช่าง จึงทำให้ผู้คนนิยมใช้สินค้า DIY มากขึ้น และดึงดูดให้ผู้ประกอบการทั้งรายใหม่และรายเก่าหันมาให้ความสนใจและแข่งขันกันพัฒนาสินค้าของตนให้จูงใจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากที่สุด ซึ่งจากจุดนี้ทำให้การผลิตสินค้าในแต่ละอุตสาหกรรมได้นำแนวคิด DIY ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตน และทำให้ตลาดสินค้า DIY ขยายตัวในวงกว้างมากขึ้น อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ รถจักรยาน และของเล่นเด็กต่างๆ เช่น จิ๊กซอว์ และบ้านตุ๊กตา นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกหนึ่งกลุ่มที่กำลังนิยมนำ DIY Idea มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ นั่นคือ “สินค้าที่ใช้ซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัย”

สำหรับกลุ่มสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัยแบบ DIY มีเสน่ห์ตรงที่ผู้บริโภคจะมีความภูมิใจในผลงานตนเองที่สามารถติดตั้งและประกอบชิ้นส่วนสินค้าได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่างหรือผู้รับเหมา นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ทรุดโทรดหรือมีความเสียหายได้อีกด้วย

กลุ่มสินค้าที่ใช้ตกแต่ง ซึ่งรวมถึงเฟอร์นิเจอร์แบบ DIY ด้วย อาทิ รางติดผ้าม่าน ตู้หนังสือ ชั้นวางของอเนกประสงค์ และโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อชิ้นส่วนประกอบได้เองตามความต้องการ เช่น การซื้อหัวรางแยกกับตัวรางผ้าม่านตามความชอบส่วนตัว อย่างไรก็ดี เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านแบบ DIY บางประเภทที่มีขั้นตอนการประกอบที่ซับซ้อนยังไม่เป็นที่นิยมในเมืองไทยมากนัก เช่น การประกอบเตียงนอนต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูงเพื่อให้แต่ละมุมของเตียงลงล็อค สามารถแบกรับน้ำหนักได้ดี

ธุรกิจคอนโดตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนเมือง

ธุรกิจคอนโดตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนเมือง

ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่ใฝ่ฝันที่จะมีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ในปัจจุบันนี้ความฝันของคนยุคใหม่เริ่มเปลี่ยนไปโดยเฉพาะคนเมือง ถึงแม้ต้องการจะมีหน้าที่การงานที่ดีอยู่ แต่ความนิยมที่ตามมาของคนกรุง คือการมีคอนโดหรูๆ หรือบ้านลอยฟ้า ที่มีทำเลที่ตั้งติดกับรถไฟฟ้าและอยู่ใจกลางเมือง นี่เองจึงเป็นภาพสะท้อนที่เปลี่ยนไปของชีวิตคนเมือง ในปัจจุบันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่จะมีโครงการคอนโดใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และสถาบันการเงินต่างๆก็ต่างปล่อยกู้ให้แก่บรรดาคนที่อยากได้คอนโด แต่ไม่สามารถซื้อสดได้ จึงทำให้ความฝันของคนกรุงดูจะเป็นจริงขึ้นมาได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดปรากฏการณ์คนเข้าคิวซื้อคอนโดมิเนียมกันอย่างล้นหลาม เนื่องจากมีราคาที่ถูก และมีทำเลที่เดินทางสะดวก มีของแถมเพื่อดึงดูด เช่น ไอแพด ไอโฟน หรือแม้แต่รถ ยิ่งช่วงปลายปีหลังเป็นการทำยอดขายของบริษัท จึงทำให้ผู้ประกอบการคอนโดเริ่มทำโครงการคอนโดขึ้นอยู่ตามทำเลต่างๆมากมาย

นอกจากนี้ตลาดคอนโดเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะ พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนเมือง จากเดิมที่เคยอาศัยอยู่นอกเมืองและใช้รถในการเดินทาง แต่เมื่อราคาน้ำมันของตลาดโลกได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้คนส่วนมากเลือกที่จะซื้อที่อยู่อาศัยใกล้กับที่ทำงานมากกว่าจะใช้รถในการเดินทาง ซึ่งได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง ในหลายโครงการเริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทหน้า จนทำให้การธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มกลัวว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่แตก เพราะโครงการคอนโดเริ่มมีมากกว่าความต้องการของตลาดที่แท้จริงอย่างไรก็ตามแม้ว่าคอนโดมิเนียมจะตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยากได้คอนโดทุกคนจะมีกำลังทรัพย์ในการซื้อหรือผ่อน ยิ่งในปีหน้าธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีนโยบายจำกัดวงเงินกู้ซื้อคอนโดด้วยจากที่เคยปล่อยกู้ร้อยเปอร์เซ็นที่ธนาคารเกรงว่าจะเป็นหนี้สูญก็เลยเปลี่ยนนโยบายให้แก่คนที่สนใจเหลือเพียงไม่เกินเก้าสิบเปอร์เซ็น ด้วยการที่ธนาคารกำจัดวงเงินกู้ด้วยแล้ว เชื่อว่าความฝันของคนที่ต้องมีคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเองก็ยังคงต้องเป็นเพียงความฝันต่อไป

ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนในยุค Gen Y ในการประกอบธุรกิจ

Image

คนในยุค Gen Y หมายถึง คนส่วนใหญ่ของโลกที่เกิดมาในช่วงปี 2523-2533 ซึ่งจะมีทัศนคติ แนวคิด และอุปนิสัยไปในทิศทางที่แตกต่างจากคนในยุคก่อนหน้าและที่สำคัญคือ กำลังการซื้อของคนกลุ่มนี้กำลังจะสูงขึ้นสูงขึ้น ผมจึงอยากจะพาคุณผู้อ่านไปดูกันว่า คน Gen Y จะมีไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตอย่างไรบ้าง? ดังนี้ ชีวิตแห่งการ “เคลื่อนที่” คงเคยได้ยินคำว่า “Mobile Life” หรือ “ชีวิตเคลื่อนที่” กันมาบ้าง ซึ่งหมายถึงการดำเนินชีวิตที่ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่กับที่เสมอไป เช่น การทำงานในออฟฟิศตั้งแต่แปดโมงเช้ายันห้าโมงเย็น ก็สามารถเปลี่ยนเป็นการไปท่องเที่ยวและใช้โทรศัพท์มือถือประสานงานหรือสั่งงานแทนได้ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยี 3G และ Wifi ก็สามารถทำให้ผู้คนในยุคนี้มีชีวิตที่เคลื่อนที่ไปด้วยทำงานไปด้วยได้ วัฒนธรรมจอภาพ อีกคำหนึ่งที่เพิ่งฮิตกันในหมู่คน Gen Y บางกลุ่มก็คือคำว่า “Screen Culture” ซึ่งในที่นี้หมายถึง การที่ผู้คนจะใช้ชีวิตในการทำงานและชีวิตส่วนตัวบนหลายๆ อุปกรณ์ที่มีจอภาพ ได้แก่ หน้าจอทีวี หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอแท็บเล็ต และหน้าจอมือถือ เป็นต้น จึงไม่ต้องห่วงว่า บรรดาผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะรุ่งเรืองมากขนาดไหน? ชอบสินค้าประเภท DIY หรือ “คุณทำเอาเอง” ค่าแรงวันละ 300 บาทได้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของคน Gen Y ในประเทศไทยกล่าวคือ ในอดีตเมื่อจะต้องต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน คนส่วนใหญ่ก็มักเลือกที่จะจ้างวานคนอื่นให้มาทำแทน แต่การขึ้นค่าแรงดังกล่าวก็ทำให้บรรดาช่างที่เกี่ยวข้องหาได้ยากขึ้นเป็นอย่างมาก หรือหากว่าหาได้ก็มักจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงทีเดียว จึงทำให้ต้องหาสินค้าประเภทนี้มาทำด้วยตนเอง ชอบร้านค้าปลีกที่มีลักษณะ Formatted Styleนิสัยอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับคน Gen Y ก็คือ ทำอะไรเร็วๆ และจะเร่งรีบไปเสียเกือบจะทุกเรื่อง ด้วยนิสัยดังกล่าวก็จะทำให้คน Gen Y เวลาจะออกไปซื้อของ ก็จะชอบไปร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ที่จัดวางสินค้าง่ายๆ และทำให้นึกออกว่าอยู่ตรงไหนบ้าง? สินค้าถูกใจ ราคาถูกเงิน คนในยุค Gen Y มักจะคำนึงถึงคุณภาพในระดับที่ตนเองต้องการ ในราคาที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ บรรดาโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีแบรนด์ระดับโลก ที่เป็นชื่นชอบของคน Gen Y ไปทั่วโลก ได้แก่ ไอบิซ (iBiz) หรือ เบสท์เว็สเทิร์น แบรนด์เหล่านี้ได้มาตีตลาดโรงแรม 3-4 ดาวของไปไทยไปอย่างมาก เพราะแบรนด์ดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่า โรงแรมที่ใช้แบรนด์เหล่านี้จะสะอาด บริการสุภาพ และราคาประหยัด

นอกจากนั้นค่านิยม 6 ประการ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเหมาะกับคนในยุค Gen Y ดังนี้ หนึ่ง คำนึงถึงปรัชญา 3 ประโยชน์เป็นหลัก ได้แก่ ประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท สอง ทำอะไรต้องทำด้วยความรวดเร็ว และมีคุณภาพ สาม ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย สี่ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกคนต้องเตรียมความพร้อม และยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ ห้า มุ่งสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งเราเรียกว่านวัตกรรม ให้ทุกคนในองค์กรรู้จักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หก มีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และรู้จักตอบแทนบุญคุณ

6 เทคโนโลยีที่ทำให้ธุรกิจโรงแรมไม่ตกเทรนด์

Cloud_Computing
ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการสามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในปัจจุบันมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง มีเทรนด์ที่น่าติดตามอยู่ด้วยกัน 6 เทรนด์ดังนี้

1. Cloud / บริการซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต (SaaS)
ปัจจุบันธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการหันมาใช้เทคโนโลยี Cloud และ Saas เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วยลดต้นทุน ค่าดูแล บำรุงรักษาเว็บไซต์ ไม่ต้องเสียเงินจ้างพนักงาน ไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาด้านไอทีของเว็บไซต์ ทำให้มีเวลาให้กับงานบริการลูกค้ามากขึ้น นอกจากนี้ ยังความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดระบบให้ตรงกับ ความต้องการ สามารถอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นใหม่ให้อัตโนมัติ โดยปราศจากค่าใช้จ่ายใด ๆ ทันทีที่มีการออกเวอร์ชั่นใหม่ ระบบจะทำการอัพเกรดให้อย่างอัตโนมัติ เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไม่ใช่แฟชั่นที่จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เป็นเทรนด์ที่กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นเพื่อก้าวสู่อีกยุคหนึ่งของธุรกิจโรงแรมที่ง่ายและสะดวกสบายขึ้น

2. อุปกรณ์เคลื่อนที่
เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เป็นช่องทางใหม่ที่ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการไม่ควรพลาด ซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกในขั้นตอนเช็คอิน เพิ่มประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้แก่ลูกค้า ไม่ต้องเสียเวลาเช็คอินที่เคาน์เตอร์แบบเดิม ทั้งยังช่วยโรงแรมในการลดจำนวนพนักงานหน้าเคาน์เตอร์อีกด้วย และไม่จำเป็นเฉพาะโรงแรมที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่เท่านั้น โรงแรมขนาดเล็กที่มีงบประมาณไม่มากนักก็สามารถทำได้ เพื่อเป็นการเพิ่มขีดการแข่งขันในงานบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

3. โซเชียลมีเดีย
การรีวิวของลูกค้าใน Trip Advisor มีผลอย่างมากต่อผู้ที่มองหาสถานที่ พักผ่อน กิน เที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณถูกบอกต่อได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี ในขณะที่ Facebook หรือ Twitter ก็มาแรงมากจนโรงแรมไหนที่ไม่มีเพจหรือทวิตเตอร์ หรือมีแต่ไม่ได้อัพเดท หรือคอยตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็ว ก็จะถูกมองว่าบริการไม่ดี สร้างความไม่ประทับใจตั้งแต่ยังไม่ทันได้ใช้บริการ ส่วนโรงแรมไหนดูแลเพจอย่างตั้งใจก็จะสามารถดึงดูดให้มีแฟนและผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ซึ่งเอื้อต่อการ สื่อสารต่าง ๆ ของโรงแรมสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

4. ระบบที่สร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล
ลูกค้าคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์เฉพาะบุคคลจากโรงแรม ที่ไม่ใช่แค่การจำหน้าได้ เรียกชื่อถูก แต่อาจเป็นระบบแสดงข้อความต้อนรับลูกค้าผ่านหน้าจอโทรทัศน์ หรือบริการพิเศษอื่น ๆ เช่น อาหารจานพิเศษ การประดับดอกไม้ภายในห้องพัก เป็นต้น การมีระบบเก็บข้อมูลลูกค้าทำให้คุณทราบว่าลูกค้าคนนี้เคยมาใช้บริการแล้ว อาจจัดบริการพิเศษแก่ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ เพื่อตอกย้ำให้เกิดความประทับใจและนึกถึงโรงแรมของคุณทุกครั้งที่ต้องการมาพักผ่อน รวมถึงสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือการบอกต่อ แนะนำให้คนรู้จักมาใช้บริการกับคุณ

5. ระบบที่รวมเข้าเป็นมาตรฐานเดียวกัน
หลาย ๆ โรงแรมมักมีบริการอื่นเพิ่มเติมนอกจากห้องพัก และอาหาร เช่น บริการสปา หรือสนามกอล์ฟ หากสามารถรวมเข้าเป็นระบบเดียวกันได้จะทำให้สามารถจัดการกับข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเห็นมุมมองที่แท้จริงในเรื่อง รายได้ กำไรชัดเจนขึ้นจากการที่โรงแรมสามารถดึงรายงานต่าง ๆ เกี่ยวกับงานบริหารการโรงแรมและการสื่อสารกับลูกค้าทั้งหมดมารวมเข้าไว้ในที่เดียวกันและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

6. ก้าวสู่ระดับสากล
เทรนด์สุดท้ายสำหรับยุคโลกาภิวัตน์นี้คือ การทำให้โรงแรมของคุณเป็นที่รู้จักไม่เพียงในประเทศเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถรู้จักคุณได้ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ที่มีการจัดเตรียมข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ ค่าเงินสกุลต่าง ๆ รวมไปถึงการฝึกอบรมพนักงานให้รู้จักธรรมเนียมสากล และธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญ ๆ ของลูกค้าแต่ละชาติเพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าทั่วโลกได้อย่างมืออาชีพอีกด้วย

เทรนด์ข้างต้นสามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงและยกระดับขีดการแข่งขันในธุรกิจของคุณ ตามเทรนด์ให้ทัน แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้โดยง่าย ก็ค่อย ๆ ปรับค่อย ๆ เปลี่ยนตามความสามารถและความเหมาะสมขององค์กรคุณต่อไปค่ะ