ไลฟ์สไตล์การสร้างความสุขให้กับตัวเองและคนรอบข้าง

ทุกคนล้วนปรารถนาความสุขและต่างก็แสวงหาความสุขด้วยกันทั้งสิ้น

ล้วนต้องแสวงหาสิ่งที่เรียกกันว่า ความสุข หรือความอิ่มเอิบใจกันแทบทุกคนเพราะ คงไม่มีใครที่ชอบความทุกข์ หรือทรมานใจเป็นแน่ สำหรับชีวิตที่มีความสุขเป็นอย่างไรนั้น ตรงนี้ยากจะบอกได้เพราะแต่ละคนมีมาตรฐานความพึงพอใจอันจะนำมาซึ่งความสุขแตกต่างกัน บางคนมีพอใจกับการมีเงินมาก บางคนมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายก็ว่ากันไป เพราะความสุขเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราและหาได้ไม่ยาก แค่เพียงเริ่มต้นจากการเข้าใจตัวเอง มองเห็นคุณค่าในตัวเอง พอใจกับชีวิตง่ายๆ รู้จักพอ และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงและประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆในชีวิต

ปัจจุบันวิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไป และในอนาคตการเปลี่ยนแปลงนี้ยังดำเนินไปเรื่อยๆในทิศทางที่ไม่แน่นอนตามธรรมชาติ ถ้าให้ทุกคนลองพิจารณาในด้านความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ที่เกี่ยวกับสังคมและวิถีชีวิตของแต่ละคนพบว่าจะไม่เหมือนกัน ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามทุกท่านจะทำอย่างไรให้ทุกคนในครอบครัวและสังคมมีความสุข เพราะการที่ครอบครัวมีความสุขย่อมต้องควบคู่ไปกับสังคมสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบกันไปมาก ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทุกๆคนในสังคมจะร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือหรือแม้กระทั่งป้องกันเสริมความแข็งแรงทั้งกายและใจให้กับทุกคนในสังคมของเรา

การยิ้มและหัวเราะ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ

ไม่ต้องเสียเงินลงทุน อีกทั้งมีประโยชน์มากๆกับผู้ที่ปฏิบัติ คนที่ยิ้มเก่งมักเป็นคนที่มีอารมณ์ดี เบิกบานแจ่มใส การหัวเราะก็เช่นกัน ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาว่า คนที่หัวเราะเป็นประจำจะมีผลดีต่อระบบของหัวใจ ระบบของกล้ามเนื้อ การยิ้มและการหัวเราะ จะทำให้มีเพื่อนมาก คนอยากคบค้าสมาคมมากกว่าคนที่เครียด หน้าบึ้ง ลองหัดยิ้มและหัวเราะทุกวัน ท่านจะพบความสุขมากขึ้นในการดำรงชีวิต และหัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี คนที่มองโลกในแง่ดีจะมีความทุกข์น้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย

การดำรงชีวิตต้องใช้ศิลปะอย่างยิ่ง จึงจะมีความงดงามทั้งกาย วาจา ใจ ท่านอาจารย์ได้กล่าวว่า การประพฤติ กระทำอย่างถูกต้องของชีวิต การดำรงชีวิตอยู่ให้ดีที่สุด เพื่อให้รอดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง คือการประพฤติพรหมจรรย์ การทำการงาน การหาทรัพย์ ฯลฯ กระทำให้ถูกต้อง และทำหน้าที่ของมนุษย์อย่างถูกต้องครบถ้วน คือ การปฏิบัติธรรม การมีชีวิตอยู่ด้วยธรรมะ จะมีแต่ความสุขที่สงบและยั่งยืน ความสงบสุขเป็นความงดงามอย่างยิ่ง ความงามของแต่ละคนที่ประพฤติกระทำอย่างถูกต้องนี้จะเป็นความงามของสังคม เมื่อรวมกันแล้วก็จะเป็นโลกที่งดงาม ขอให้ท่านทั้งหลายร่วมกันสร้างสังคมและโลกนี้ให้งดงามกันเถิด

การดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมีไลฟ์สไตล์

การดำรงชีวิต นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะต้องต่อสู้กับปัญหาน้อยใหญ่นานัปการ ทั้งปัญหาการครองชีวิต ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และปัญหาสุขภาพอนามัย ซึ่งแต่ละคนก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไปคนละหลายปัญหา เพราะมนุษย์โดยทั่วไปพากันแสวงหาความสุข ความสุขจึงเป็นเป้าหมายใหญ่ของชีวิต ความสุขมีทั้งสุขแบบโลก และสุขแบบธรรม สุขแบบโลกเป็นความสุขของชาวโลก หรือชาวบ้านซึ่งได้แก่พวกคฤหัสถ์ หรือฆราวาสจะพึงมีส่วนสุขแบบธรรมเป็นความสุขเกิดจากฌานสมบัติ และภาวะที่ไม่มีกิเลส หรือปราศจากความทุกข์ทางใจ

ยุคปัจจุบันที่มีอิทธิพลวัตถุ

ซึ่งพร้อมที่จะเข้ามาครอบงำทำลายสมบัติอันล้ำค่า แต่ก็หาใช่ว่าอิทธิพลวัตถุจะเป็นสิ่งเลวร้ายไม่ ถ้ามีรากฐานจิตใจอิสระจริงย่อมมองวิถีการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏอยู่ภายนอกตัวเองให้เห็นได้สองด้านเสมอ อีกทั้งยังรู้ความจริงด้วยว่าด้านที่อยู่ในรากฐานจิตใจตนเองเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด ถ้าสามารถรักษาด้านนี้เอาไว้ให้มั่นคงอยู่ได้ตลอดไปย่อมมีโอกาสที่จะพัฒนาสติปัญญาของตนให้มีความเฉียบแหลมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น การที่สังคมเกิดปัญหาหนัก แต่ละคนควรมองเห็นเป็นโอกาสในการเรียนรู้ความจริงจากใจตนเองให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เราทุกคนมีเสรีภาพในการเลือก

บนโลกใบนี้มีทางเลือกให้เราเลือกมากมาย แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงไม่กล้าที่จะเลือกเส้นทางใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้ชีวิต ซึ่งความจริงแล้วเราสามารถเลือกได้ตลอด การยอมรับว่าเกิดปัญหา ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่กล้ามองปัญหา ไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองคือสาเหตุของปัญหา นอกจากปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ก็เหมือนยิ่งไปสร้างปมปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นอีก ความทุกข์นั้นก็ยังแต่จะก่อให้เกิดความทุกข์ต่อไป เช่น เป็นผู้บริหารแต่ไม่ยอมรับว่า ตัวเองบริหารงานไม่เก่ง ก็ย่อมทำให้บริษัทขาดทุน แต่ถ้ายอมรับได้ ก็จะเกิดทางแก้ไข อาจไปจ้างมืออาชีพมาทำแทน เป็นต้น

คนที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องรู้จัดตัวเองเป็นอย่างดีจึงจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากชีวิต ในการสร้างอนาคตให้ตัวเองจำเป็นต้องสร้างเป็นภาพ ต้องเห็นภาพตัวเองในอนาคตให้ได้จึงจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ซึ่งความต้องการหรือเป้าหมายในชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ดังนั้นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จ คือ การรู้จักตัวเอง เพราะถ้าคุณวางแผนชีวิตอย่างดี แผนนั้นอาจทำให้คุณหลงทางก็ได้ถ้าคุณขาดความเข้าใจตัวเองสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการมากที่สุด คือ ต้องการเป็นที่ยอมรับให้เกียรติจากผู้อื่น ต้องการรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และเคารพในความเป็นมนุษย์

เลือกทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเรา

ไลฟ์สไตล์ของคนเรามีอยู่มากมายหลายแบบ แตกต่างกันไป โดยมีปัจจัยต่างๆ เป็นตัวกำหนดไม่ว่าจะเป็นรสนิยม สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนหน้าที่การงาน ไลฟ์สไตล์จึงเป็นเรื่องที่สนุกและน่าศึกษา มีความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ จากศิลปะในแขนงต่างๆ เช่น ดนตรีและอาหาร พร้อมนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจ ถือเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

การช่วยเติมเต็ม ทั้งโลกการทำงาน การทำธุรกิจ และการใช้ชีวิต แบบครบวงจร ผ่านสุดยอดเครื่องมือ 3 ด้าน คือ

Financial Connection : เพิ่มโอกาสและการต่อยอดการบริหารจัดการด้านต่างๆ ทั้งการเงินการลงทุน ชั้นเชิงทางธุรกิจ และการต่อยอดทางธุรกิจ กิจกรรมเสวนาต่างๆ จึงถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีเนื้อหาที่ทันกับยุคสมัย

Lifestyle Connection : เปิดโลกแห่งความหลากหลายของกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เน้นความสุขสนุกของการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ๆ ทั้งการสร้างปรากฏการณ์ความบันเทิงที่สนุก ตื่นเต้น น่าติดตาม ทั้งคอนเสิร์ต ท่องเที่ยว คอร์ส DIY

Digital Connection : ชีวิตบนโลกออนไลน์ที่โยงใยถึงกัน ระหว่างแบรนด์ THE PREMIER กับลูกค้าที่ใช้บริการ Always on กับสาระความรู้ ความบันเทิง และสิทธิพิเศษต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลบนโซเชียล มีเดีย และผ่าน THE PREMIER e-Magazine

การขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคมเมือง รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ย่อมหมายถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับผู้ที่มองเห็นเทรนด์เหล่านั้น และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย สุขภาพ และความงาม ได้อย่างโดนใจที่สุด แต่ต้องไม่ลืมว่า โอกาสที่เปิดกว้างขึ้นย่อมมาพร้อมกับความท้าทายและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นด้วย ดังนั้น การหมั่นสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม เพื่อให้อยู่รอดและประสบความสำเร็จในยุคโลกาภิวัตน์

ธุรกิจ DIYตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ก้าวเข้าสู่สังคมยุคใหม่

สินค้า DIY (Do-It-Yourself) คือ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจาก การประยุกต์ ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของชิ้นงานเดิมให้มีความสวยงามมากขึ้นเพื่อนำมาใช้ประดับตกแต่ง หรือการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆด้วยตัวเองให้สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งในยุคปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจกับกลุ่มสินค้า DIY จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น กล่องใส่ปากกาที่ทำจากกล่องกระดาษเหลือใช้ และโคมไฟที่ทำจากขวดพลาสติก เป็นต้น

และเนื่องจากภาพลักษณ์ของสินค้า DIY มักออกแบบตามสไตล์ที่ลูกค้าต้องการให้สามารถใช้งานง่าย มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย มีแนวคิดสร้างสรรค์ และสามารถถอดประกอบได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการจ้างช่าง จึงทำให้ผู้คนนิยมใช้สินค้า DIY มากขึ้น และดึงดูดให้ผู้ประกอบการทั้งรายใหม่และรายเก่าหันมาให้ความสนใจและแข่งขันกันพัฒนาสินค้าของตนให้จูงใจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากที่สุด ซึ่งจากจุดนี้ทำให้การผลิตสินค้าในแต่ละอุตสาหกรรมได้นำแนวคิด DIY ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตน และทำให้ตลาดสินค้า DIY ขยายตัวในวงกว้างมากขึ้น อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ รถจักรยาน และของเล่นเด็กต่างๆ เช่น จิ๊กซอว์ และบ้านตุ๊กตา นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกหนึ่งกลุ่มที่กำลังนิยมนำ DIY Idea มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ นั่นคือ “สินค้าที่ใช้ซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัย”

สำหรับกลุ่มสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัยแบบ DIY มีเสน่ห์ตรงที่ผู้บริโภคจะมีความภูมิใจในผลงานตนเองที่สามารถติดตั้งและประกอบชิ้นส่วนสินค้าได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่างหรือผู้รับเหมา นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ทรุดโทรดหรือมีความเสียหายได้อีกด้วย

กลุ่มสินค้าที่ใช้ตกแต่ง ซึ่งรวมถึงเฟอร์นิเจอร์แบบ DIY ด้วย อาทิ รางติดผ้าม่าน ตู้หนังสือ ชั้นวางของอเนกประสงค์ และโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อชิ้นส่วนประกอบได้เองตามความต้องการ เช่น การซื้อหัวรางแยกกับตัวรางผ้าม่านตามความชอบส่วนตัว อย่างไรก็ดี เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านแบบ DIY บางประเภทที่มีขั้นตอนการประกอบที่ซับซ้อนยังไม่เป็นที่นิยมในเมืองไทยมากนัก เช่น การประกอบเตียงนอนต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูงเพื่อให้แต่ละมุมของเตียงลงล็อค สามารถแบกรับน้ำหนักได้ดี

กดแชร์ คลิกไลค์ กลายเป็นเทรนด์ของวัยรุ่นยุคใหม่

กดแชร์ คลิกไลค์ หรือโพสต์คอมเมนท์ กลายเป็นเทรนด์ของวัยรุ่นยุคใหม่ที่ต้องติดตามโซเชียลมีเดียกันตลอดเวลา แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกเขาเฝ้ามองมันทั้งวันถึงขั้นเสพติด!

คงไม่เกินความจริงไปนัก หากจะบอกว่าวัยรุ่นยุคนี้กำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลาง ‘สังคมก้มหน้า’ เพราะไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย พวกเขาจะตามติดอยู่เกือบตลอดเวลา และไม่ใช่แค่ช่องทางเดียว แต่ครบถ้วนทั้ง เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ยูทูป ฯลฯ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้เด็กบางคนหมกมุ่นอยู่กับการโพสต์ แชร์ หรือตาม ‘กดไลค์’ จนแทบไม่ห่างจากหน้าจอโทรศัพท์ พัฒนาไปสู่ปรากฏการณ์ที่มีการปั่นหน้าเพจเฟซบุ๊คให้มียอดกดไลค์มากๆ ปั่นคลิปให้มียอดผู้เข้าชม(view)สูงๆ หรือแม้กระทั่งผุดอาชีพรับจ้างกดไลค์ ขึ้นมาในสังคมออนไลน์

ทั้งหมดนี้ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่คนเจนเนอเรชั่นใหม่ฝังตัวเองอยู่ในโซเชียลมีเดียกันจนเกือบจะแยกแยะไม่ออกแล้วว่า อะไรคือ ‘ความจริง’ อะไรเป็นเพียง ‘ความจริงเสมือน’ ไลค์อยู่ในสายเลือด

กลุ่มคนเจเนอเรชั่นใหม่ที่ว่าก็คือ กลุ่ม ‘Millennium Generation’ หรือ ‘Gen M’ หรือ ‘Gen Me’ หรือ ‘Echo Boomers’ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการสื่อสารได้คล่องแคล่ว มีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ชอบโพสต์ แชร์ และกดไลค์ในโซเชียลมีเดียอยู่เป็นประจำ

ยืนยันด้วยข้อมูลจากการวิจัยเรื่อง Teens, Social Media and Privacy ของศูนย์อินเทอร์เน็ตและสังคม มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ระบุว่า วัยรุ่นยุคใหม่ชอบแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองเข้าไปในโซเชียลมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต โดยมีทั้งการแชร์ข้อมูลร่วมกับผู้อื่นบนสื่อสังคม แชร์กิจกรรมที่พวกเขาทำร่วมกับเพื่อนๆ รวมถึงการแสดง ‘ตัวตนออนไลน์’ ผ่านโซเชียลมีเดีย

ที่สำคัญ ยังระบุตัวเลขเปรียบเทียบระหว่างปี 2006 และปี 2013 ว่า วัยรุ่นยุค 2013 มีการโพสต์ข้อความภาพของตัวเองเพิ่มขึ้นเป็น 91 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 79 เปอร์เซ็นต์ในปี 2006, โพสต์ข้อความชื่อโรงเรียนของพวกเขาเพิ่มขึ้น 71 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 49 เปอร์เซ็นต์, โพสต์ชื่อเมือง(check in) ที่พวกเขาอาศัยอยู่เพิ่มขึ้น 71 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 61 เปอร์เซ็นต์, โพสต์ชื่ออีเมลของพวกเขาเพิ่มขึ้น 53 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 29 เปอร์เซ็นต์ และ โพสต์หมายเลขโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 2 เปอร์เซ็นต์

“เด็กเจเนอเรชั่นมี หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีในตอนนี้ เขาเติบโตมากับเทคโนโลยีที่เป็นอินเตอร์เนตยุคโซเชียลมีเดีย โตมากับเฟซบุ๊ค ยูทูป อินสตาแกรมอะไรพวกนี้ เขาอยู่กับยุคเว็บ 3.0 ก็คือยุคที่เว็บไซต์มีบทบาทและมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมค่อนข้างมาก” ธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการ มีเดีย มอนิเตอร์ เริ่มเล่าถึงลักษณะของเด็กGen Me

เขาบอกอีกว่า เด็กวัยรุ่นยุคนี้ใช้โซเชียลมีเดียไม่เหมือนรุ่นพ่อแม่ คือใช้ในฐานะที่มันเป็นสังคมที่ตัวเด็กเข้าไปมีชีวิตอยู่ในนั้น การที่พวกเขาอัพเฟซบุ๊ค คลิกไลค์ อัพโหลดวิดีโอ หรือภาพกิจกรรม ทั้งหมดนี้ที่เขาทำไปเพราะเขาต้องการ ‘สร้างสถานะทางสังคม’ ในโลกโซเชียลมีเดีย เนื่องจากหากถูกยอมรับในโลกของโซเชียลมีเดีย มีเพื่อนมากๆ มีคนมากดไลค์ให้ภาพหรือวิดีโอคุณมากๆ หรือคอมเมนท์ให้เยอะๆ แชร์รูปภาพกิจกรรม เด็กจะรู้สึกว่าเขามีโซเชียลสเตตัสที่น่ายอมรับนับถือ

และพวกนี้ก็เป็นเหมือนไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไปแล้ว เนื่องจากด็วยโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เราต้องมีการปรับตัวตาม และก้าวตามเทคโนโลยีเหล่านี้

เทรนด์และไลฟ์สไตล์ของคนใช้สมาร์ทโฟนมาผนวกกับสุขภาพ

เนื่องจากปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อแวดวงธุรกิจ จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนที่ออกมามากมายนั้น แข่งกันตั้งแต่รูปแบบการออกแบบ ขนาดของหน้าจอ และสเปค ว่าของใครจะมี สเปคสูงกว่ากัน ซึ่งทางออกหนึ่งของผู้ผลิตได้หันมาใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้นกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้งานเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ชีวิตประจำวัน เช่น ตัวช่วยในการมอนิเตอร์ หรือวัดค่าในการใช้พลังงานของเรา โดยใช้หลักการการติดตั้งอุปกรณ์ตัววัดอย่างพวก Pedometer ไว้ในเครื่อง ที่จะคอยนับก้าวเดินเมื่อเกิดการสั่นสะเทือนในแนวดิ่งของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่พกติดตัวไปด้วย ตลอดการเดินในชีวิตประจำวันหรือ ระหว่างการวิ่งของเรา โดยวัดออกมาเป็นหน่วยค่าพลังงานแคลอรี่ เพื่อช่วยเป็นตัวบอกว่าใช้พลังงานไปเท่าไร โดยเราสามารถเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เพราะยังไงเสียเราก็ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวไปทุกที่อยู่แล้ว

ขณะที่มีสมาร์ทโฟนเพื่อช่วยเป็นเครื่องมือในการวัดการออกกำลังกาย ก็ยังมีอุปกรณ์และตัวช่วยอื่นๆ ที่สามารถทำหน้าที่นั้นร่วมกับสมาร์ทโฟนได้ดีขึ้นไปอีกโดยมีความละเอียดยิ่งขึ้น หรือใช้เป็นตัวช่วยโดยไม่ต้องมีสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลาก็ทำได้คือ อุปกรณ์แก็ดเจ็ตสวมใส่จะถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถสวมใส่ติดตัวเราไปได้ตลอดเวลา โดยจะใช้เก็บข้อมูล ช่วยบอกตำแหน่ง ระยะทางและบอกสถานะของการออกกำลังกายว่าเป็นไปอย่างไร
ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มของอุปกรณ์สวมใส่แบบ Wearable Device หรือ Wearable Computer นั้นมีมากขึ้น ทำให้มีความแพร่หลายและทิศทางของการพัฒนานั้นมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น มีความเป็นแฟชั่นมากยิ่งขึ้นทั้งการดีไซน์ สีสันที่ใช้ และรูปทรงการออกแบบที่มีความหลากหลายมากมาย เพื่อให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในไลฟ์สไตล์ต่างๆ กัน

ดังนั้นการพัฒนาการของอุปกรณ์และแอพบนสมาร์ทโฟนจะช่วยอำนวยความสะดวกได้แล้วนั้น ยังเป็นตัวช่วยทำให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจคอนโดตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนเมือง

ธุรกิจคอนโดตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนเมือง

ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่ใฝ่ฝันที่จะมีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ในปัจจุบันนี้ความฝันของคนยุคใหม่เริ่มเปลี่ยนไปโดยเฉพาะคนเมือง ถึงแม้ต้องการจะมีหน้าที่การงานที่ดีอยู่ แต่ความนิยมที่ตามมาของคนกรุง คือการมีคอนโดหรูๆ หรือบ้านลอยฟ้า ที่มีทำเลที่ตั้งติดกับรถไฟฟ้าและอยู่ใจกลางเมือง นี่เองจึงเป็นภาพสะท้อนที่เปลี่ยนไปของชีวิตคนเมือง ในปัจจุบันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่จะมีโครงการคอนโดใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และสถาบันการเงินต่างๆก็ต่างปล่อยกู้ให้แก่บรรดาคนที่อยากได้คอนโด แต่ไม่สามารถซื้อสดได้ จึงทำให้ความฝันของคนกรุงดูจะเป็นจริงขึ้นมาได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดปรากฏการณ์คนเข้าคิวซื้อคอนโดมิเนียมกันอย่างล้นหลาม เนื่องจากมีราคาที่ถูก และมีทำเลที่เดินทางสะดวก มีของแถมเพื่อดึงดูด เช่น ไอแพด ไอโฟน หรือแม้แต่รถ ยิ่งช่วงปลายปีหลังเป็นการทำยอดขายของบริษัท จึงทำให้ผู้ประกอบการคอนโดเริ่มทำโครงการคอนโดขึ้นอยู่ตามทำเลต่างๆมากมาย

นอกจากนี้ตลาดคอนโดเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะ พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนเมือง จากเดิมที่เคยอาศัยอยู่นอกเมืองและใช้รถในการเดินทาง แต่เมื่อราคาน้ำมันของตลาดโลกได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้คนส่วนมากเลือกที่จะซื้อที่อยู่อาศัยใกล้กับที่ทำงานมากกว่าจะใช้รถในการเดินทาง ซึ่งได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง ในหลายโครงการเริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทหน้า จนทำให้การธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มกลัวว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่แตก เพราะโครงการคอนโดเริ่มมีมากกว่าความต้องการของตลาดที่แท้จริงอย่างไรก็ตามแม้ว่าคอนโดมิเนียมจะตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยากได้คอนโดทุกคนจะมีกำลังทรัพย์ในการซื้อหรือผ่อน ยิ่งในปีหน้าธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีนโยบายจำกัดวงเงินกู้ซื้อคอนโดด้วยจากที่เคยปล่อยกู้ร้อยเปอร์เซ็นที่ธนาคารเกรงว่าจะเป็นหนี้สูญก็เลยเปลี่ยนนโยบายให้แก่คนที่สนใจเหลือเพียงไม่เกินเก้าสิบเปอร์เซ็น ด้วยการที่ธนาคารกำจัดวงเงินกู้ด้วยแล้ว เชื่อว่าความฝันของคนที่ต้องมีคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเองก็ยังคงต้องเป็นเพียงความฝันต่อไป

Digital Lifestyle เทรนด์ที่มีอิทธิพลต่อธุรกิจในโลกดิจิตอล

ยุคปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยสามารถเชื่อมโยงกันด้วยเครือข่ายไร้สายทำให้ ได้เข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนให้ผู้บริโภค การบริโภคที่เปลี่ยนไปอยู่ในโลกแห่งดิจิตอล และในสภาวะนี้เองทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวเองเพื่อให้รองรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป อย่างเช่น ธุรกิจบริการทางการเงิน อย่าง ธนาคาร ร้านค้าช้อปปิ้ง ร้านมือถือ เป็นต้น นับว่าการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่นำมาเป็นเครื่องมือในการตลาดนั้นช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา ทำให้เข้าถึงตลาดได้ง่ายและกว้างขึ้น ที่สำคัญยังช่วยสร้างธุรกิจให้มีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

Digital Lifestyle เป็นการดำเนินชีวิตในโลกดิจิตอล ซึ่งเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมการติดต่อสื่อสารและหาข้อมูลจากโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวางและคลอบคลุม ซึ่งสามารถค้นหาสิ่งที่เราต้องการผ่านเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ โดยส่งผลทำให้เกิดรูปแบบการใช้ชีวิตที่ล้ำสมัย เพราะทุกวันนี้คนสามารถสั่งสินค้าต่างๆ หรือทำธุรกรรมทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เข้ามาค้นหาในอินเตอร์เน็ตผ่านทางเว็บไซต์บนจอคอมพิวเตอร์ หรือแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ทำให้เกิดการบริการในรูปแบบใหม่ขึ้นมา อย่างเช่น การช้อปปิ้งออนไลน์ หรือบริการทางการเงิน ที่เข้ามาตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

การขายสินค้าในรูปแบบ ชอปปิ้งออนไลน์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่กำลังมาแรงสำหรับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเพื่อขยายการเติบโตไปข้างหน้าที่มีแนวโน้มในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่ายอดการขายสินค้าผ่านออนไลน์จะเพิ่มขึ้น เพราะทุกวันนี้ผู้คนจะหันมาสนใจบริการในรูปแบบนี้มากขึ้น เนื่องจากประหยัดเวลาที่จะต้องนั่งรถไปเลือกซื้อหา เพราะในโลกของโซเซียลจะมีสิ้นค้าธุรกิจต่างๆ ได้รวมรวบแหล่งข้อมูลเว็บไซต์ต่างๆเหล่านี้ไว้ ทั้งนี้เราสามารถค้นหาสิ่งที่เราต้องการได้ อย่างเช่น ต้องการจะซื้อกระเป๋า เราก็สามารถค้นหาโดยผ่านตัวเว็บไซต์ โดยสามารถสำรวจราคาได้ว่า เว็บไซต์ไหนราคาอยู่ที่เท่าไร สามารถสั่งซื้อโดยผ่านช่องทางไหน และทำการจัดส่งอย่างไร ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการนำเทคโนโลยีโซเชียลมีเดียมาใช้ในการทำธุรกิจถือเป็นช่องทางในการสร้างมูลค่าทางด้านการขายเป็นอย่างมาก

ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนในยุค Gen Y ในการประกอบธุรกิจ

Image

คนในยุค Gen Y หมายถึง คนส่วนใหญ่ของโลกที่เกิดมาในช่วงปี 2523-2533 ซึ่งจะมีทัศนคติ แนวคิด และอุปนิสัยไปในทิศทางที่แตกต่างจากคนในยุคก่อนหน้าและที่สำคัญคือ กำลังการซื้อของคนกลุ่มนี้กำลังจะสูงขึ้นสูงขึ้น ผมจึงอยากจะพาคุณผู้อ่านไปดูกันว่า คน Gen Y จะมีไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตอย่างไรบ้าง? ดังนี้ ชีวิตแห่งการ “เคลื่อนที่” คงเคยได้ยินคำว่า “Mobile Life” หรือ “ชีวิตเคลื่อนที่” กันมาบ้าง ซึ่งหมายถึงการดำเนินชีวิตที่ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่กับที่เสมอไป เช่น การทำงานในออฟฟิศตั้งแต่แปดโมงเช้ายันห้าโมงเย็น ก็สามารถเปลี่ยนเป็นการไปท่องเที่ยวและใช้โทรศัพท์มือถือประสานงานหรือสั่งงานแทนได้ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยี 3G และ Wifi ก็สามารถทำให้ผู้คนในยุคนี้มีชีวิตที่เคลื่อนที่ไปด้วยทำงานไปด้วยได้ วัฒนธรรมจอภาพ อีกคำหนึ่งที่เพิ่งฮิตกันในหมู่คน Gen Y บางกลุ่มก็คือคำว่า “Screen Culture” ซึ่งในที่นี้หมายถึง การที่ผู้คนจะใช้ชีวิตในการทำงานและชีวิตส่วนตัวบนหลายๆ อุปกรณ์ที่มีจอภาพ ได้แก่ หน้าจอทีวี หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอแท็บเล็ต และหน้าจอมือถือ เป็นต้น จึงไม่ต้องห่วงว่า บรรดาผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะรุ่งเรืองมากขนาดไหน? ชอบสินค้าประเภท DIY หรือ “คุณทำเอาเอง” ค่าแรงวันละ 300 บาทได้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของคน Gen Y ในประเทศไทยกล่าวคือ ในอดีตเมื่อจะต้องต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน คนส่วนใหญ่ก็มักเลือกที่จะจ้างวานคนอื่นให้มาทำแทน แต่การขึ้นค่าแรงดังกล่าวก็ทำให้บรรดาช่างที่เกี่ยวข้องหาได้ยากขึ้นเป็นอย่างมาก หรือหากว่าหาได้ก็มักจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงทีเดียว จึงทำให้ต้องหาสินค้าประเภทนี้มาทำด้วยตนเอง ชอบร้านค้าปลีกที่มีลักษณะ Formatted Styleนิสัยอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับคน Gen Y ก็คือ ทำอะไรเร็วๆ และจะเร่งรีบไปเสียเกือบจะทุกเรื่อง ด้วยนิสัยดังกล่าวก็จะทำให้คน Gen Y เวลาจะออกไปซื้อของ ก็จะชอบไปร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ที่จัดวางสินค้าง่ายๆ และทำให้นึกออกว่าอยู่ตรงไหนบ้าง? สินค้าถูกใจ ราคาถูกเงิน คนในยุค Gen Y มักจะคำนึงถึงคุณภาพในระดับที่ตนเองต้องการ ในราคาที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ บรรดาโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีแบรนด์ระดับโลก ที่เป็นชื่นชอบของคน Gen Y ไปทั่วโลก ได้แก่ ไอบิซ (iBiz) หรือ เบสท์เว็สเทิร์น แบรนด์เหล่านี้ได้มาตีตลาดโรงแรม 3-4 ดาวของไปไทยไปอย่างมาก เพราะแบรนด์ดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่า โรงแรมที่ใช้แบรนด์เหล่านี้จะสะอาด บริการสุภาพ และราคาประหยัด

นอกจากนั้นค่านิยม 6 ประการ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเหมาะกับคนในยุค Gen Y ดังนี้ หนึ่ง คำนึงถึงปรัชญา 3 ประโยชน์เป็นหลัก ได้แก่ ประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท สอง ทำอะไรต้องทำด้วยความรวดเร็ว และมีคุณภาพ สาม ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย สี่ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกคนต้องเตรียมความพร้อม และยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ ห้า มุ่งสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งเราเรียกว่านวัตกรรม ให้ทุกคนในองค์กรรู้จักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หก มีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และรู้จักตอบแทนบุญคุณ

6 เทคโนโลยีที่ทำให้ธุรกิจโรงแรมไม่ตกเทรนด์

Cloud_Computing
ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการสามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในปัจจุบันมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง มีเทรนด์ที่น่าติดตามอยู่ด้วยกัน 6 เทรนด์ดังนี้

1. Cloud / บริการซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต (SaaS)
ปัจจุบันธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการหันมาใช้เทคโนโลยี Cloud และ Saas เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วยลดต้นทุน ค่าดูแล บำรุงรักษาเว็บไซต์ ไม่ต้องเสียเงินจ้างพนักงาน ไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาด้านไอทีของเว็บไซต์ ทำให้มีเวลาให้กับงานบริการลูกค้ามากขึ้น นอกจากนี้ ยังความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดระบบให้ตรงกับ ความต้องการ สามารถอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นใหม่ให้อัตโนมัติ โดยปราศจากค่าใช้จ่ายใด ๆ ทันทีที่มีการออกเวอร์ชั่นใหม่ ระบบจะทำการอัพเกรดให้อย่างอัตโนมัติ เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไม่ใช่แฟชั่นที่จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เป็นเทรนด์ที่กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นเพื่อก้าวสู่อีกยุคหนึ่งของธุรกิจโรงแรมที่ง่ายและสะดวกสบายขึ้น

2. อุปกรณ์เคลื่อนที่
เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เป็นช่องทางใหม่ที่ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการไม่ควรพลาด ซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกในขั้นตอนเช็คอิน เพิ่มประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้แก่ลูกค้า ไม่ต้องเสียเวลาเช็คอินที่เคาน์เตอร์แบบเดิม ทั้งยังช่วยโรงแรมในการลดจำนวนพนักงานหน้าเคาน์เตอร์อีกด้วย และไม่จำเป็นเฉพาะโรงแรมที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่เท่านั้น โรงแรมขนาดเล็กที่มีงบประมาณไม่มากนักก็สามารถทำได้ เพื่อเป็นการเพิ่มขีดการแข่งขันในงานบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

3. โซเชียลมีเดีย
การรีวิวของลูกค้าใน Trip Advisor มีผลอย่างมากต่อผู้ที่มองหาสถานที่ พักผ่อน กิน เที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณถูกบอกต่อได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี ในขณะที่ Facebook หรือ Twitter ก็มาแรงมากจนโรงแรมไหนที่ไม่มีเพจหรือทวิตเตอร์ หรือมีแต่ไม่ได้อัพเดท หรือคอยตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็ว ก็จะถูกมองว่าบริการไม่ดี สร้างความไม่ประทับใจตั้งแต่ยังไม่ทันได้ใช้บริการ ส่วนโรงแรมไหนดูแลเพจอย่างตั้งใจก็จะสามารถดึงดูดให้มีแฟนและผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ซึ่งเอื้อต่อการ สื่อสารต่าง ๆ ของโรงแรมสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

4. ระบบที่สร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล
ลูกค้าคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์เฉพาะบุคคลจากโรงแรม ที่ไม่ใช่แค่การจำหน้าได้ เรียกชื่อถูก แต่อาจเป็นระบบแสดงข้อความต้อนรับลูกค้าผ่านหน้าจอโทรทัศน์ หรือบริการพิเศษอื่น ๆ เช่น อาหารจานพิเศษ การประดับดอกไม้ภายในห้องพัก เป็นต้น การมีระบบเก็บข้อมูลลูกค้าทำให้คุณทราบว่าลูกค้าคนนี้เคยมาใช้บริการแล้ว อาจจัดบริการพิเศษแก่ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ เพื่อตอกย้ำให้เกิดความประทับใจและนึกถึงโรงแรมของคุณทุกครั้งที่ต้องการมาพักผ่อน รวมถึงสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือการบอกต่อ แนะนำให้คนรู้จักมาใช้บริการกับคุณ

5. ระบบที่รวมเข้าเป็นมาตรฐานเดียวกัน
หลาย ๆ โรงแรมมักมีบริการอื่นเพิ่มเติมนอกจากห้องพัก และอาหาร เช่น บริการสปา หรือสนามกอล์ฟ หากสามารถรวมเข้าเป็นระบบเดียวกันได้จะทำให้สามารถจัดการกับข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเห็นมุมมองที่แท้จริงในเรื่อง รายได้ กำไรชัดเจนขึ้นจากการที่โรงแรมสามารถดึงรายงานต่าง ๆ เกี่ยวกับงานบริหารการโรงแรมและการสื่อสารกับลูกค้าทั้งหมดมารวมเข้าไว้ในที่เดียวกันและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

6. ก้าวสู่ระดับสากล
เทรนด์สุดท้ายสำหรับยุคโลกาภิวัตน์นี้คือ การทำให้โรงแรมของคุณเป็นที่รู้จักไม่เพียงในประเทศเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถรู้จักคุณได้ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ที่มีการจัดเตรียมข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ ค่าเงินสกุลต่าง ๆ รวมไปถึงการฝึกอบรมพนักงานให้รู้จักธรรมเนียมสากล และธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญ ๆ ของลูกค้าแต่ละชาติเพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าทั่วโลกได้อย่างมืออาชีพอีกด้วย

เทรนด์ข้างต้นสามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงและยกระดับขีดการแข่งขันในธุรกิจของคุณ ตามเทรนด์ให้ทัน แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้โดยง่าย ก็ค่อย ๆ ปรับค่อย ๆ เปลี่ยนตามความสามารถและความเหมาะสมขององค์กรคุณต่อไปค่ะ

แหล่งการเรียนรู้ บริการข้อมูลข่าวสารต่างๆ และเป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจ